เคล็ดลับ..กำจัดความชื้นในห้อง
 
ปัญหาใหญ่ที่หลายๆ คนเคยเจอ โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในคอนโด นั้นก็คือปัญหา "ความชื้น" ซึ่งส่งผลทำให้ส่วนต่างๆ ของห้องเสียหาย ทั้งผนัง พื้น หรือแม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์ชิ้นโปรด และสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือ "กลิ่นอับ" ทำให้การพักผ่อนอาจกลายเป็นฝันร้ายได้
 
ความชื้นมาจากไหน
 
1.  ระบายอากาศ
ส่วนใหญ่มักเกิดกับห้องคอนโด เนื่องจากมีระบบระบายอากาศที่ไม่ดีพอ ทำให้อากาศไม่สามารถถ่ายเทได้เต็มที่ หลายคนแทบไม่เคยเปิดหน้าต่างเลยหรือนานๆ เปิดที ทำให้ความชื้นในห้องสะสมขึ้นเรื่อยๆ
2.   ความชื้นจากห้องน้ำ
ห้องน้ำเป็นห้องที่มีความชื้นมากที่สุด เพราะเกี่ยวกับความชื้นโดยตรง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการระบายอากาศที่ดีที่สุด บางครั้งหน้าต่างบานเล็กอาจไม่เพียงพอ
3.   แสงไม่เพียงพอ
แสงแดดเป็นตัวกำจัดความชื้นได้อย่างดี แต่ด้วยข้อจำกัดของทิศทางห้องที่ไม่เอื้อให้แสงแดดเข้าถึง ทำให้ความชื้นก่อตัวได้อย่างรวดเร็ว และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
 
เมื่อเจอต้นเหตุ ก็ต้องเริ่มกำจัด
 
1.   เพิ่มการระบายอากาศ
ควรหาโอกาสในการเปิดหน้าต่างอยู่บ่อยครั้ง หากโชคร้ายวันนั้นคลื่นลมสงบ ก็ควรหาพัดลมมาช่วยพัดเอาความอับชื้นและกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกไป
2.   เครื่องกรองอากาศ
หากใครมีงบเพียงพอ การหาเครื่องกรองหรือเครื่องฟอกอากาศเป็นวิธีที่ดีทีเดียว เพราะนอกจากจะช่วยกรองเชื้อโรคต่างๆ แล้วยังช่วยบำบัดอากาศให้ความชื้นไม่มากไปอีกด้วย
3.   ไม่เพิ่มความชื้น
นอกจากความชื้นในห้องน้ำแล้ว สาเหตุอาจเกิดจากกิจกรรมในบ้าน เช่นการใช้ผ้าชุบน้ำถูพื้น ซึ่งทำให้เกิดความชื้นได้ง่าย ควรเปลี่ยนมาใช้น้ำยาเช็ดพื้น ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์แทน
4.   กำจัดจุดอ่อน
เมื่อพบสาเหตุของความชื้น ซึ่งอาจเกิดจากพรม หมอนหรือที่นอน วิธีที่ดีที่สุดคือการนำออกไปตากแดดจัดๆ เป็นเวลา 3-5 วัน หรือถ้ามีความชื้นมากๆ วิธีที่ดีที่สุดคือนำออกไปทิ้งซะ
5.   เชื้อรากับเครื่องหนัง
หากพบความชื้นที่เกิดจากเฟอร์นิเจอร์เครื่องหนัง ให้ใช้น้ำส้มสายชูเช็ดหลายๆ ครั้ง ให้แน่ใจว่ากำจัดเชื้อราออกหมดแล้ว
6.   เบกกิ้งโซดาหรือผงฟู
ถือว่าเป็นตัวช่วยสำคัญทีเดียว เพราะเบกกิ้งโซดาหรือผงฟู มีคุณสมบัติในการกำจัดความชื้นและกลิ่นอับชื้น เพียงเทลงบนถาดหรือจานรอง แล้วนำไปวางตามมุมต่างๆ เพียงแค่นี้ก็ลดปัญหาความชื้นไปมากแล้ว
 
เครดิตจาก 3M