Downlight! เลือกไฟอย่างไรให้สว่าง
แสงสว่างเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต เราคงไม่อยากตกอยู่ท่ามกลางความมืดมิดอันน่ากลัว ดังนั้นการติดตั้งหลอดไฟจึงเป็นเรื่องสำคัญ บ้านหรือคอนโดใหม่ๆ มักมีปัญหาเรื่องแสงสว่างไม่เพียงพอ เราจึงขอนำเสนอ Downlight! เลือกไฟอย่างไรให้สว่าง
 
การใช้ชีวิตในบ้านหรือคอนโดจำเป็นอย่างมากที่ต้องใช้แสงสว่างที่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ต้องการแสงสว่างในการทำกิจกรรมต่างๆ เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพตาได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านแสงสว่างได้ถูกพัฒนาไปอย่างมาก มีการผลิตไฟที่รองรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดยสามารถแบ่งตามการใช้งานได้ดังต่อไปนี้
 
1. แสงไฟเพื่อใช้งานทั่วไป
หลอดไฟที่นิยมใช้กันเช่นพวก หลอดฟูออเรสเซนซ์ หลอดดาวน์ไลท์ เป็นต้น พวกนี้จะให้แสงสว่างกระจายเป็นวงกว้าง ให้แสงสว่างปริมาณที่มาก นิยมใช้กันมากมีราคาถูก มีให้เลือกทั้งแสงสีขาวและแสงสีเหลืองอบอุ่น 
 
2. แสงไฟเพื่อใช้งาน
ในกลุ่มนี้มักใช้งานเฉพาะที่ เฉพาะจุด เช่นโคมไฟโต๊ะทำงาน โคมไฟอ่านหนังสือ เป็นต้น มีลักษณะของแสงที่ไม่กระจายตัวมากนัก ปริมาณของแสงก็ไม่สว่างจนเกินไป และมีความร้อนต่ำ
 
3. แสงไฟเฉพาะจุด
ในกลุ่มนี้จะเน้นการใช้งานเพื่อความสวยงามเป็นหลัก เช่น สปอร์ทไลท์ หลอดฮาโลเจน เป็นต้น เรามักเห็นได้จากเกลอรี่ หรืองานแสงสินค้า พวกนี้มักจะให้แสงสีเหลือง เพราะให้ความรู้สึกที่ดีต่อการมองเห็น และมีระดับความสว่างให้เลือกที่หลากหลาย
เมื่อเรารู้จุดประสงค์ของการใช้งานแล้ว ต่อไปเราจะขอมาพูดถึงวิธีการเลือกและติดตั้งหลอดไฟกันต่อ โดยเราจะขอพูดถึงเฉพาะในส่วนของหลอดไฟเพื่อการใช้งานหรือหลอดไฟดาวน์ไลท์เท่านั้น เพราะเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของแสงไฟในบ้าน
 
เลือกไฟอย่างไรให้ได้แสงดีที่สุด ?
 
1. ขั้วหลอด
ขั้วหลอดมีหลายประเภทเลือกให้ถูกกับหลอด เช่น ขั้วเกลียว (รหัส E27) คู่กับหลอดไส้ หลอดตะเกียบ ถ้าขั้วหลอดรหัส GU4 คู่กับหลอดฮาโลเจน นอกจากนั้นยังต้องดูวิธีการใส่หลอดด้วย เพราะมีทั้งแนวตั้ง ที่นิยมกันทั่วไป และแนวนอน ที่จะมีลักษณะความยาวที่สั่นกว่า มักใช้กับห้องที่ความสูงจากพื้นถึงเพดานต่ำ
 
2. ขนาดโคม
ต้องดูให้พอดีกับขนาดใต้ฝ้าเพดาน โดยต้องมีการเว้นช่องว่างเพื่อใช้ระบายความร้อนอย่างน้อย 5 ซม. ซึ่งการเลือกขนาดของโคมนั้นมีผลต่อความสว่างโดยตรง หากห้องที่มีพื้นที่กว้างก็ควรใช้โคมที่มีขนาดใหญ่
 
3. ระยะห่างระหว่างโคม
ระยะห่างเป็นจุดที่สำคัญ เพราะจะทำให้แสงที่ได้มีความสม่ำเสมอ ไม่เกิดจุดที่สว่างไปและมืดไป โดยหากใช้โคมขนาด 4 นิ้ว ในห้องที่มีความสูงจากพื้นถึงเพดานประมาณ 2.5 เมตร ควรเว้นระยะห่างดังนี้ หลอดตะเกียบแสงขาว 36 W เว้น 0.8 เมตร, หลอดตะเกียบแสงเหลือง 36 W เว้น 1 เมตร, หลอดไส้ 80 W เว้น 1.5 เมตร
 
4. ผิวสะท้อนของโคม
เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยกระจายความสว่างออกไป โดยมีอยู่ 3 ชนิดคือ ผิวมันวาวที่ให้แสงได้เต็มที่, ผิวมันมีเหลี่ยมให้แสงจ้ามาก, ผิวเป็นเหลี่ยมมุมผิวหยาบจะได้แสงอ่อนๆ ดูนุ่มนวล
 
เครดิตจาก 3M